เกียร์ตีน้ำ (เกียร์ประกอบมอเตอร์) เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยลดรอบและเพิ่มแรงบิดจากมอเตอร์ เพื่อส่งกำลังไปยังใบพัดตีน้ำ การเลือก “อัตราทด” ที่เหมาะสมจึงมีผลโดยตรงต่อความเร็วรอบของใบพัด แรงบิด และประสิทธิภาพในการตีน้ำ
โดยทั่วไป เกียร์ตีน้ำที่ใช้กับบ่อกุ้งและบ่อปลา มักพบอัตราทดประมาณ 1:10-1:30 โดยอัตราทดที่เลือกใช้จะขึ้นอยู่กับรูปแบบชุดตีน้ำและรอบใบพัดที่ต้องการ
อัตราทดแต่ละแบบต่างกันอย่างไร?
1:10 — รอบสูง
เหมาะกับชุดตีน้ำที่ต้องการรอบใบพัดค่อนข้างสูง และไม่ได้มีโหลดมากเกินไป
1:15 — รอบปานกลาง
เป็นช่วงที่เหมาะกับการใช้งานทั่วไป หากต้องการความสมดุลระหว่างรอบและแรงบิด
1:20 — ⭐ อัตราทดที่นิยมใช้เป็นตัวเลือกหลัก
ช่วยลดรอบและเพิ่มแรงบิดได้มากขึ้น เหมาะกับชุดตีน้ำที่ต้องการแรงบิดเพียงพอสำหรับการทำงานต่อเนื่อง
1:25 — รอบต่ำ แรงบิดสูงขึ้น
เหมาะกับชุดที่มีโหลดมากขึ้น เช่น ใช้ใบพัดขนาดใหญ่หรือมีจำนวนใบพัดหลายชุด
1:30 — รอบต่ำ เน้นแรงบิด
เหมาะกับงานที่ต้องการแรงบิดสูงและไม่ได้ต้องการให้ใบพัดหมุนเร็วมาก
แล้วควรเลือกอัตราทดเท่าไหร่?
อย่าเลือกจากตัวเลขอัตราทดเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาร่วมกับ
- ขนาดและจำนวนใบพัด
- รอบใบพัดที่ต้องการ
- ลักษณะการตีน้ำ
- ระยะเวลาในการใช้งาน
- น้ำหนักและแรงต้านของชุดตีน้ำ
- แรงบิดที่เกียร์สามารถรองรับได้
เพราะ อัตราทดมากขึ้น = รอบขาออกลดลง แต่แรงบิดเพิ่มขึ้น
ในทางกลับกัน อัตราทดน้อยลง = รอบขาออกสูงขึ้น แต่แรงบิดลดลง
ตัวอย่างให้เห็นภาพ
หากชุดตีน้ำต้องการรอบขาออกประมาณ 70–80 รอบ/นาที และใช้เกียร์อัตราทด 1:20 ก็จะได้รอบขาออกตามรอบต้นทางของมอเตอร์และประสิทธิภาพจริงของชุดเกียร์
ดังนั้นการเลือกเกียร์ที่ดีจึงไม่ใช่การเลือก “อัตราทดที่สูงที่สุด” แต่ต้องเลือกให้เหมาะกับใบพัดและลักษณะงาน
สรุป
สำหรับ เกียร์ตีน้ำบ่อกุ้งและบ่อปลา อัตราทดที่พบได้บ่อยจะอยู่ประมาณ 1:10–1:30 โดย 1:15–1:20 เป็นช่วงที่สามารถนำมาใช้เป็นจุดอ้างอิงสำหรับงานทั่วไปได้
แต่ก่อนเลือกซื้อ ควรตรวจสอบ รอบขาออก แรงบิด และพิกัดการรับโหลดของเกียร์ ให้ตรงกับชุดตีน้ำจริง เพื่อให้เกียร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานที่เหมาะสม

